ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลงฟิคเสียที เป็นเรื่องที่แต่งหลังสุด แต่อยากเอามาลงก่อนอ่ะ ส่วนเรื่องที่แต่ดองเอาไว้ ก็ดองมันต่อไปละกันนะ
title : tri-angle
by: xitsu
คืนที่ท้องฟ้าเป็นสีกำมะหยี่สวย อากาศเย็นติดค่อนข้างหนาว คนส่วนใหญ่กำลังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผื่นใหญ่สัมผัสกับความอบอุ่นของเตียงนอน แต่คนตัวขาวจัดคนนี้กลับมาเดินเล่น ริมฝีปากสีสวยฮัมเพลงเบาๆก่อนจะตัดสินใจนั่งรอรุ่นพี่ที่นัดตัวเองออกมานั่งขับรถดูดาวเล่น เสียงน้ำค้างหยดจากต้นไม้ข้างทะเลสาบในสวนสาธารณะดังเป็นจังหวะค่อยๆขับกล่อมให้สติลดลงไปเรื่อยๆ เปลือกตาบางๆเริ่มหรี่ลงจนบดบังภาพออกไปจนหมด หลังจากนั้นไม่นานก็รู้สึกอึดอัดราวกับหายใจไม่ออก ความรู้สึกเย็นเหมือนกับโดนน้ำค่อยๆแผ่ไปตามผิวหนังส่วนต่างๆ หัวใจเต้นรัวเร็วและแรงจนเหมือนกับว่าจะหลุดออกมาจากอก เหงื่อมากมายเริ่มไหลออกมาจากร่างกายเหมือนคนที่ใช้พลังงานเยอะ หัวหมุนติ้วจนจับความคิดความรู้สึกตัวเองไม่ได้ สุดท้ายแล้วมันก็กลับโล่งจนเหมือนไม่มีความทรงจำอยู่
ตูม!!
เสียงเหมือนของที่ใหญ่มากๆตกน้ำลงไปอย่างแรงกระตุ้นให้เปลือกตาของคนที่นอนอยู่เปิดขึ้น มือเรียวยกขึ้นกดหน้าอกข้างซ้าย รับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจที่ยังคงเต้นแรง ตาเรียวมองไปรอบๆ ทุกอย่างยังคงปกติ มือขาวๆอีกข้างเอื้อมขึ้นมาป้ายเหงื่อบริเวณหน้าผาก ก่อนจะลุกยืนขึ้น
ฝันอย่างนั้นหรือ เหมือนจริงมากเลยนะ
ขาเรียวยาวออกเดินบริเวณรอบสวนเพื่อรับลงเย็นๆ หือ...นั่นมันรถของพี่ยูชอนนี่หน่า งั้นตัวรุ่นพี่หายไปไหนหละ เจ้าตัวหันมองไปรอบๆตัวสองสามครั้งก่อนจะตัดสินใจเดินไปบริเวณที่นัดพบอีกครั้งเผื่อจะคลาดกัน
นิ้ง..นิ้ง..
เสียงที่ใสราวกับเสียงกระดิ่งดังขึ้นจากส่วนกลางของทะเลสาบ คนตัวขาวหันไปมองอย่างตกใจก่อนจะเงียบเพื่อรอฟังเสียงอีกครั้ง
นิ้ง..นิ้ง..
คราวนี้ตาเรียวเริ่มเพิ่งมองไปที่กลางทะเลสาบ อุปทานไปเองรึเปล่าว่าผืนน้ำสีน้ำเงินสนิทนั้นเหมือนจะมีแสงสีขาวสะท้อนไปมา
อ๊ะ!! เสียงอุทานที่ไม่ได้ดังมากนักทั้งที่เป็นเวลาดึกสงัดดังขึ้น ตัวเรียวปลิวสะบัดก่อนจะโดนเหวี่ยงขึ้นไปกลางอากาศ ลมเย็นๆอัดจนจุกท้องไปหมดจากการร้องอุทานเมื่อครู่ ถึงแม้พยายามจะขยับเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนกับโดนเชือกที่มองไม่เห็นมัดเอาไว้ ตาเรียวสวยเบิกกว้าเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบแล้วตอนนี้กำลังโดนกดต่ำลงจนหัวใกล้จะมิดน้ำ ความรู้สึกราวกับความฝันเมื่อครู่ย้อนกลับมาอีกครั้งจนแทบแยกไม่ออกว่าความฝันหรือความจริงกันแน่ที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเค้า ไม่นานนักก็รู้สึกเหมือนโดนดีดตัวอย่างแรงออกจากผิวน้ำก่อนที่จะถูกดึงลงไปอย่างแรง นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย ช่วยบอกผมทีเถอะ
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
นี่ฟื้นแล้วหรือ
ฟื้นรึยัง
เสียงถามคำถามที่วุ่นวายดังอยู่รอบๆตัวผมเป็นตัวเร่งเร้าให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาแต่ว่าความเมื่อยล้าตามร่างกายยังคงมีอยู่จึงทำให้การขยับตัวเป็นไปอย่างไม่ถนัดนัก อากาศเย็นสบายที่กระทบผิวชวนให้นึกว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน
โรงพยาบาลอย่างนั้นหรือ
ความทรงจำที่ผมคาดว่าน่าจะผ่านมาไม่นานค่อยๆผ่านเข้าหัวผมมาทีละฉากช้าๆ ชวนให้ตกใจจนแทบจะผุดลุกขึ้นมานั่ง แต่แม้แต่ขยับปลือกตาให้เปิดขึ้นผมยังทำไม่ได้เลย
ไม่ต้องฝืนนะถ้าเพลียก็นอนเถอะ เสียงนุ่มทุ้มรื่นหูดังขึ้นพร้อมกับกดลงบนบ่าผมเบาๆ เพียงแค่นั้นความรู้สึกอุ่นวาบก็เหมือนจะผ่านไปตามส่วนต่างๆของร่างกายผมช้าๆทีละนิดเหมือนกับเวลากินกาแฟอุ่นๆในช่วงเวลาที่อากาสหนาวจัด ไม่เคยได้ยินเสียงใครทุ้มแล้วก้อบอุ่นขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ขณะเดียวกันสมองส่วนหนึ่งของผมมันกลับบอกผมว่าเสียงนี้มันคุ้นอย่างน่าประหลาดหละ
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
มืดแล้วอย่างนั้นหรือ
ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมาบรรยากาศรอบๆตัวผมก็พอจะบอกได้ว่าเข้าสู่เวลากลางคืนแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจก็คือผมกลับไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลหรือสถานที่ๆมน่าจะรุ้จักหรือคุ้นตา ภาพบ้านที่ออกจะโบราณคือภาพที่ผมเห็นยามที่มองออกไปจากหน้าต่าง ฟูกที่ผมพึ่งพาความอ่นสบายเมือครู่ปุอยู่บนพื้นไม้สีสบายตา ข้างตัวผมมีตะเกียงวางอยู่ให้แสงสว่าง รู้สึกไปเองรึเปล่าว่าหัวหนักขึ้น
หือ....มีระเบียงอยู่ด้วยแฮะ ออกไปรับลมให้รู้สึกดีข้หน่อยดีกว่า
ผมค่อยๆยันตัวเองออกจากฟูกแล้วเดินไปที่ระเบียงข้างๆ บรรยากาสตอนกลางคืนช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาจากอาการเมื่อยล้า
พระจันทร์สวย
แสงนวลที่น่าจะสว่างกว่าปกติขบให้บริเวณรอบๆดูเรืองรอง ผมเอื้อมมือออกไปหยิบตะเกียงที่วางอยู่ข้างที่นอนผมเมื่อครู่ขึ้นมาถึงได้มีโอกาสเห็นว่าแขนผมไม่มีเสื้อโคทตัวที่ผมใส่ออกจากบ้านอยุ่แต่กลับถูกแนที่ด้วยผ้าคลุมผืนใหญ่ที่ดูไปดูมาแล้วก็ละม้ายคล้ายผ้าคลุมไหล่เรียบๆแต่กลับมีสัมผัสที่นุ่มลื่นจนไม่เหมือนผ้า ที่คนทั่วไปเค้าใส่กัน ข้างในผ้าเนื้อดีแล้วมีชุดที่เหมือนกับคนสมัยก่อนเค้าใส่กัน ผมมองไล่ขึ้นไปตามแขนเสื้อกว้างลายสวยมากกว่าปกติ
หือ..เส้นสีทองอะไรหนะ
ผมเอื้อมมือยกมืออีกข้างที่ไม้ได้ถือตะเกียงขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักผิดปกติเพื่อจับเส้นสีทองสวยที่พาดอยู่กับเสื้อผ้า
นิ่มจังแฮะ ลื่นดีด้วย
ผมค่อยๆไล้มือขึ้นไปอีกเพื่อหาที่มาของมัน ยิ่งเลื่อนมือขึ้นก็ยิ่งพบว่ามันใกล้หัวของตัวเองเข้าไปทุกที
นี่มันผมของผมนี่!!
ผมของผมเองยาวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สำคัญผมสีน้ำตาลของผมหายไปไหน แถมมือที่ผมยกขึ้นมาจับผมเมือครู่กลับมีโลหะบางอย่างที่ดูเหมือนแหวนอันโตๆอยู่บนตัวผมตั้งห้านิ้วด้วย นอกจากนั้นบนข้อมือของผมยังมีอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกำไลอยู่ด้วย ผมลองยกมือขึ้นอีกที
หนักไม่ใช่เล่นเลยแฮะ
ตื่นแล้วหรือ ผมสะดุ้งเล้กน้อยก่อนจะหันกลับไปพยายามเพิ่งมองต้นเสียงของคนที่พูดกับผม น้ำเสียงที่ลื่นหูที่ผมได้ยินเมื่อตอนกลางวัน
ว่ายังไง นายจำได้รึเปล่าว่านายชื่ออะไร เงารางๆที่ผมเห็นเมื่อครู่ค่อยๆชัดขึ้นตามระยะห่างที่น้อยลง โครงหน้าคมเข้มที่ดุดีทีเดียวกำลังทำหน้าเหมือนกลัวอะไรบางอย่างอยู่มองมาทางผม ดวงตาคู่สวยมองมาทางผมอย่างเว้าวอน
คิม จุนซู ชั้นคือ คิม จุนซู อีกฝ่ายทำหน้าโล่งอกหลังจากที่ได้ฟังคำตอบของผม ก่อนเดินเข้ามาหาผมช้าๆ ดวงตาเรียวยาวมองหน้าผมพลางยิ้มให้ก่อนที่มือแข็งแรงจะเอื้อมมือเข้ามาคว้าตัวผมเข้าไปกอดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
นี่มันอะไรกันเนี่ย!!
2bcon...
ทำไมต้องมีคนซื้อลิขสิทธิคัตตุนมาลงที่ไทยฮะ กรูไม่มีตังค์โว๊ย ไหนจะค่าซิงเกิลดองบัง ค่ารายการซีดีที่ซึบาสะไปออก ฮ่วย! (กรีดร้องอย่างเสียสติต่อไป)